วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ความต่างของสมาร์ทโฟน 32bit และ 64bit สไตล์บอยแบนด์!!


     กราบบบบบบบสวัสดีพี่แม่พี่น้องชาวจ๊าบทุกคน วันนี้ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะเขียนบทความยอดฮิตติดชาร์จที่มีการถามเข้ามาหน้าเพจ "เยอะโคตรๆ!" เรียกง่ายๆคือถามมาแทบทุกวัน ตอบกันแทบทุกวัน ฮ่าๆ เลยเขียนเป็นบทความสไตล์บอยแบนด์ให้อ่านสบายๆกันเลยแล้วกัน พร้อมแล้วลุยยยย!!!


คลิปอธิบายหลักการทำงาน และความแตกต่างระหว่าง CPU 32bit และ 64bit รวมถึงระบบการทำงาน





ความแตกต่างระหว่าง 32bit และ 64bit
     ความจริงแล้ว เทคโนโยลี 32bit และ 64bit สำหรับคอมพิวเตอร์นี่ โผล่มาให้ใช้งานกันนานมากแล้ว แต่เพิ่งจะได้ใช้กับสมาร์ทโฟนจริงๆจังๆก็ปีที่ผ่านมานี่เอง โดยสิ่งที่อัพเกรดขึ้นมามีอะไรกันบ้าง มาดูกัน


1.เทคโนโลยีใหม่ ก็ต้องไวกว่าเดิมสิ

     คำว่าไวกว่าเดิมนี่เป็นผลมาจาก CPU โดยตรง เพรา CPU แบบ 64bit จะมีหน่วยความจำขนาดเล็กภายใน CPU ที่เรียกว่า "รีจิสเตอร์" (Register) ซึ่งเอาจริงๆ 32bit ก็มีแต่น้อยกว่า 64bit ครึ่งนึงเลยละ

     - CPU แบบ 32bit จะใช้สถาปัตยกรรม ARMv7 ที่มีรีจิสเตอร์อยู่ 15ตัว แต่ละตัวเก็บข้อมูลได้ 32bit
     - CPU แบบ 64bit จะใช้สถาปัตยกรรม ARMv8 ที่มีรีจิสเตอร์อยู่ 31ตัว แต่ละตัวเก็บข้อมูลได้ 64bit

ให้ดูกันแบบง่ายๆ


     เปรียบง่ายๆเหมือน 32bit คือกระบะขนของ 15 คัน และ 64bit คือรถสิบล้อขนของ 31 คัน แข่งกันขนของทั้งโรงงานยังไงๆ 64bit ก็ชนะไปแบบใสๆ


2.รองรับ Ram ที่โคตรพ่อโคตรแม่เยอะ!!!

     CPU แบบ 32bit นั้นรองรับ Ram สูงสุดได้ไม่เกิน 4GB (3 GB กว่าๆเท่านั้น คนใช้คอมรู้ดี อิอิ) แต่ CPU 64bit รองรับ Ram ได้มากถึง 256TB! (ถ้าฮาร์ดแวร์อย่างอื่นรองรับด้วยนะ ฮ่าๆ) ซึ่งเอาจริงๆจุดนี้ผมมองว่าไม่ค่อยต่างเพราะ Ram มาตรฐานในปี 2015 นี้ยังอยู่ที่ 2GB จึงไม่เห็นถึงความแตกต่างมากนัก แต่หลังจากนี้ไปปีถึงสองปีเปลี่ยนไปแน่นอน ฟันธง!


3.ทำงานได้ลื่นไหลและยืดหยุ่นมากขึ้น

     CPU แบบ 64bit มีความสามารถในการถอดรหัสและเข้ารหัสไฟล์ข้อมูลได้ดีขึ้นกว่าเก่า แอปพลิเคชั่นที่ออกแบบมาเพื่อ 64bit จึงทำงานได้ไวกว่า 32bit อย่างเห็นได้ชัด ทั้งการดูหนัง 4K การเล่นเกม หรือการประมวลผลต่างๆถือว่าห่างชั้นกับ 32bit แน่นอน (ทั้งนี้ทั้งนั้นแอปพลิเคชั่นต้องเขียนมาเพื่อ 64bit ด้วยนะ ถึงจะเร็วปู๊ดๆป๊าดๆ)



4.กินไฟน้อยลง เซฟแบตไปได้เยอะ

     แน่นอน สิ่งที่ตามมาหลังจากความแรงคงจะหนีไม่พ้นการจัดการพลังงานที่ดี CPU แบบ 64bit เองก็ประหยัดพลังงานกว่าเดิม เพราะมีรีจิสเตอร์ช่วยทำให้ CPU ทำงานได้อย่างไหลลื่น ไม่ต้องดึงข้อมูลจาก Ram อยู่บ่อยๆ ถือว่าได้ทั้งความแรงและประหยัดพลังงานไปในตัว


5.มีไปก็ไรประโยชน์ ถ้าไม่มี Rom ที่รองรับ

     นี่เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ คือตัว Rom หรือระบบปฏิบัติการต้องรองรับ CPU 64bit ด้วย ซึ่งในตลาด Android ตอนนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของเวอร์ชั่น Android คือต้อง 5.0 ขึ้นไปถึงจะเป็น 64bit แต่สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ตอนนี้ยังไม่ได้อัพ 5.0 กันเลย ถึงมีไปก็ดึงประสิทธิภาพออกมาได้ไม่เต็มที่ ต่างจาก iOS ที่รองรับ 64bit ตั้งแต่ iOS 7 แล้ว (แหงละ มีไม่กี่รุ่นนี่นา) ดังนั้นถ้าใครจะใช้ 64bit ให้คุ้ม อย่าลืมดู Rom ด้วยนะว่าเป็น 5.0 รึปล่าว จะได้ใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพกัน


สรุปส่งท้าย หลักๆที่เห็นได้ชัดคงมีประมาณนี้ (จริงๆแล้วเยอะกว่านี้มาก) ไม่อยากให้ดูเป็นศัพท์เทคนิกอะไรมากมาย อ่านแล้วได้ความรู้นิดๆหน่อยก็ยังดี ฮ่าๆ หากมีอะไรผิดพลาดหรืออยากให้เพิ่มเติม จัดมาได้ข้างล่างหรือหน้าแฟนเพจตามสะดวก วันนี้ขอจบบทความไปก่อน รักนะจุ๊บๆ (-3-) อิอิ #tump



ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : specphone.com

*** บทความนี้เขียนโดยเว็บ ZAPSMP หากใครจะนำไปใช้หรือเผยแพร่ ให้เครดิตกันนิดนึงนะแจ๊ะ***






Recent Reveiw

Author

GUZAP